“กรมชลฯ” เผยสถานการณ์น้ำหลากในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองนครสวรรค์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังไม่ถึง 2,600 ลบ.ม.ต่อวินาที ​เมื่อวันที่ 13 ต.ค.นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังจากทยอยเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

พบว่าวันนี้ (13 ต.ค. 60) ปริมาณน้ำทางตอนบนที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 2,719 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.64 เมตร เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากวันที่12 ต.ค. เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ยังคงงดการระบายน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูฝนให้ได้มากที่สุด สำหรับสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนที่เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อน 2,565 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังอยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 2,600 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาบริเวณจ.สิงห์บุรี และอ่างทอง วันนี้เพิ่มขึ้นจากวันที่ 12 ต.ค. 5 เซนติเมตร (ซม.) ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 3 ซม., บ้านบางหลวงโดด อ.บางบาล ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 6 ซม.และที่บ้านบางบาล อ.บางบาล ระดับน้ำเพิ่มขึ้น5 ซม. คาดว่าวันนี้ (13 ต.ค.) ระดับน้ำบริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา จะสูงสุดไม่เกิน 15 ซม. และที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,560 ลบ.ม ต่อวินาที

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า กรมชลประทานยังคงบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่ตอนล่าง โดยการทดระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาที่ไหลมาจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อชะลอน้ำไว้ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม พร้อมกับใช้ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกรับน้ำเข้าไปอย่างเต็มศักยภาพ ปัจจุบันรับน้ำเข้าไปรวมกันวันละ 517 ลบ.ม.ต่อวินาที และจะใช้พื้นที่ลุ่มต่ำทั้งสองฝั่งรับน้ำเข้าไปเก็บไว้ในทุ่งต่างๆ รวม 12 ทุ่ง ช่วยบรรเทาและลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้มากกว่า 980 ล้าน ลบ.ม. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews