หากเราพิจารณาถึงสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน เราคงต้องยอมรับว่า มันเป็นภาวะของภูเขาไฟที่รอวันปะทุเพียงแต่วันนี้พลังแมกม่ายังถูกกดทับไว้ใต้ปล่องภูเขาที่รอความร้อนมาหล่อหลอมเพื่อปะทุขึ้นมาเท่านั้นเองบางคนบอกว่าทักษิณจบแล้ว แต่ในความเป็นจริงเราต้องยอมรับถึงการดำรงอยู่ของทักษิณในทางการเมืองไทย แม้เขาจะถูกขับเป็นสัมภเวสีอยู่ในต่างประเทศ แม้คดีที่หนีจะค่อยๆ หมดอายุความลง แต่ก็มีคดีอื่นที่ยังค้างคาจ่อคอหอยอยู่อีกหลายคดี แต่ถามว่าระบบการตรวจสอบทางการเมืองเป็นเครื่องมือในการกำจัดทักษิณออกจากการเมืองไทยหรือไม่ คำตอบที่เรารู้อยู่ก็คือไม่ใช่ เพราะทักษิณถูกกำจัดด้วยการลุกขึ้นเปิดโปงของสื่อมวลชนที่นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล ก่อนเกิดเป็นระลอกคลื่นประชาชนในนามของ พันธมิตรประชาเพื่อประชาธิปไตย

โดยสรุปสื่อและพลังมวลชนนั่นเองที่เป็นตัวขับไล่ระบอบทักษิณออกจากการเมืองไทย แต่ถามว่า สังคมประชาธิปไตยที่เราอ้างกันว่า การขับไล่รัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมคือความชอบธรรมนั้น ใช้ได้จริงไหม คำตอบคือ ใช้ไม่ได้หรอก เพราะผลพวงที่ตามมาข้อก็คือ ผู้นำการชุมนุมมีคดีความในศาลและข้อความหาว่า เป็นกบฏ ก่อการร้าย ชุมนุมก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ซ่องโจร ฯลฯ ทำให้มันน่าคิดเหมือนกันว่า เพราะรัฏฐาธิปัตย์มันเกิดจากพลังประชาชนไม่ได้นี่เอง มันจึงต้องพึ่งพิงอำนาจทหารในวันที่ไม่มีทางออกทางการเมือง

ปรากฏการณ์การชุมนุมบนท้องถนนที่เกิดขึ้นนับสิบปีต่อเนื่องกันมานั้นทำให้ประชาชนกลุ่มหนึ่งเกิดความเบื่อหน่าย และพอใจในการปกครองที่อยู่ภายใต้อำนาจของทหาร อาจคิดว่าไม่ว่าใครปกครองก็ตามก็ไม่มีผลต่อชีวิตของตัวเองอยู่แล้ว และเชื่อว่านักการเมืองเท่านั้นที่โกง จนกระทั่งไม่ใส่ใจว่า จะต้องมีการปฏิรูประบบที่คอยตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร ระบบตรวจสอบการใช้อำนาจของเสียงข้างมากในสภา หรือแม้กระทั่งเสรีภาพของสื่อมวลชนก็ไม่จำเป็น

ประชาชนกลุ่มหนึ่งลืมไปว่า อำนาจทหารไม่สามารถอยู่ค่ำฟ้าได้ คสช.ก็บอกว่าขอเวลาอีกไม่นานก็ต้องไป วันนั้นเราก็ต้องกลับไปเลือกตั้งแล้วอยู่กับนักการเมืองอีก

ข่าวที่ออกมาบอกว่า ทักษิณแอบเจรจาจับมือกับพรรคชาติไทยพัฒนา แม้จะถูกปฏิเสธจากลูกชายของ บรรหาร ศิลปอาชา แต่เราต้องไม่ลืมว่านั่นเป็น “คำปฏิเสธของนักการเมือง” ที่มักจะพูดความจริงครึ่งเดียวและสามารถพลิกผันได้เสมอไปตามสถานการณ์ พรรคของทักษิณนั้นต้องการกลับมามีอำนาจทางการเมืองแน่ เพราะเขามั่นใจว่า คนเสื้อแดงที่เปรียบเหมือนแมกม่าที่ซ่อนอยู่ใต้ปล่องภูเขาไฟนี่แหละที่ยังก่อตัวพร้อมจะปะทุขึ้นมาเป็นลาวา ทักษิณเชื่อว่ามวลชนยังภักดีต่อเขา การชนะได้เสียงข้างมากในสภาตลอด10ปีที่ผ่านมานั้นเป็นตัวการันตีว่า เราไม่สามารถกำจัดพรรคของทักษิณออกจากวงจรอำนาจได้โดยง่าย

สำหรับทักษิณเขาไม่ทางเลือกอื่น นอกจากต้องสู้เพราะมันเดิมพันชีวิตของตัวเองและครอบครัวเอาไว้ เขามั่นใจว่าเขามีมวลชน เขาเห็นช่องทางของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า หากเขาสามารถรวบรวมเสียงข้างมากของสภาไว้ได้เกิน250คน แม้อำนาจปัจจุบันจะมีเสียง ส.ว.อยู่ในมือ250เสียงการเมืองก็เดินต่อไปไม่ได้ เขาจึงต้องสร้างพันธมิตรกับพรรคขนาดกลางเอาไว้เพื่ออำนาจต่อรองทางการเมือง แล้วถามว่าพรรคขนาดกลางเหล่านั้นจะเอาด้วยไหม ตอบสิครับว่า นักการเมืองอยากจะออกจากใต้ทอปบูทของทหารไหม

ทักษิณเรียนรู้แล้วว่า เขาไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่นเอง เขาอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ถ้าพรรคของเขาชนะเขาก็สามารถยึดครองประเทศนี้ผ่านนอมินีได้

ถามว่า อำนาจทหารในปัจจุบันที่รู้ตัวดีว่าจะต้องพาบ้านเมืองกลับไปสู่การเลือกตั้งอีก รู้ตัวบ้างไหมว่า ถ้าพรรคของทักษิณกลับมามีอำนาจการเมืองของบ้านเราจะวงกลับไปสู่วงจรแบบเก่า ความขัดแย้งที่จะปะทุขึ้นมาอีก ผมว่าเขาไม่รู้ตัวนะ สิ่งที่เขาคิดได้ไว้อย่างเดียวก็คือวางระบบเพื่อให้ตัวเองได้สืบทอดอำนาจอย่างไร และมั่นใจว่า กติกาที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้นั้นจะเปิดทางให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีในที่สุด เขาไม่เชื่อว่า พรรคของทักษิณจะรวบรวมเสียงข้างมากได้เกินครึ่ง

พวก คสช.นั้นบวกเลขว่า มี ส.ว.250คน ได้ ส.ส.มาอีก 126 คนก็เกินครึ่งของ 2 สภาแล้ว แต่เมื่ออ่านรัฐธรรมนูญจริงๆแล้วเป็นไปไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะมีเสียง ส.ว.อยู่แล้ว 250เสียง ก็ต้องมีเสียง ส.ส.เกิน 250 คนอยู่ดีจึงจะเป็นรัฐบาลได้ ผมคิดว่าพรรคของทักษิณเห็นตรงนี้ อีกฝ่ายจะมี ส.ว.250คนมาเลือกนายกฯก็มีไป แต่ถ้าพวกข้ารวบรวม ส.ส.ได้250คนขึ้นไปทุกอย่างก็จบ

ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลทหารขณะนี้ควรทำก็คือการสร้างระบบที่ควบคุมการใช้อำนาจของรัฐไม่เกิดความฉ้อแล การสร้างระบบที่ควบคุมเสียงข้างมากในสภาในทางที่ไม่ชอบธรรม นั่นต่างหากที่จะนำพาประเทศไม่กลับไปสู่วังวนแบบเก่าหากพรรคของทักษิณกลับมาสู่การเมืองอีก นั่นคือ สิ่งที่เขาเรียกกันว่า “ปฏิรูปการเมือง” แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลทหารยังไม่ได้ทำเลย

แล้วถามว่า มีการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาในรัฐธรรมนูญ 2560 บ้างไหม คำตอบก็คือ มีอยู่บ้าง ถามว่า มีระบบป้องกันการฉ้อฉลไหม คำตอบก็คือ ยังมองไม่เห็นคนร่างรัฐธรรมนูญก็ยังเป็นคนเดิมๆ ที่ร่างฉบับก่อนๆ นั่นแหละ รัฐบาลได้ทำให้ประชาชนเห็นถึงอันตรายของระบอบทักษิณต่อสถาบันหลักของชาติไหม คำตอบก็คือ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย วันนี้มวลชนของทักษิณยังอยู่ในที่ตั้งรอวันเลือกตั้งมาถึงเท่านั้นเอง

เชื่อเถอะว่า ถ้าพรรคของทักษิณกลับมามีอำนาจประชาชนฝ่ายตรงข้ามก็ต้องลุกขึ้นมาขับไล่อีกและมวลชนฝ่ายทักษิณก็ต้องออกมาปกป้องรัฐบาลของเขาอีก บ้านเมืองก็เดินหน้าไปไม่ได้ กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ ทหารเข้ามายึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญ ตั้งคนร่างรัฐธรรมนูญและเลือกตั้งกันใหม่ เป็นวงจรอุบาทว์ที่หมุนไปทุกรอบ10ปี เรามีรัฐธรรมนูญ 2540 มีรัฐธรรมนูญ 2550 และมีรัฐธรรมนูญ 2560 อีกไม่นานเราก็จะมีรัฐธรรมนูญ 2570

ระบอบทักษิณนั้นไม่ใช่เป็นเพียงพรรคการเมือง แต่ระบอบทักษิณนั้นมีมวลชนจำนวนมากที่ห้อมล้อมอยู่ ในมวลชนของระบอบทักษิณมีส่วนหนึ่งที่เป็นพวกไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์และชูธงเปลี่ยนระบอบซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การจัดการกับระบอบทักษิณนอกจากต้องมีระบบการเมืองที่ป้องกันการใช้อำนาจโดยไม่ชอบธรรมแล้ว จะต้องช่วงชิงมวลชนของทักษิณกลับคืนมาทำให้เขาเชื่อมั่นว่า นักการเมืองที่เลวนั้นไม่สามารถสร้างระบบที่ชอบธรรมและไม่สามารถเป็นผู้ปกครองที่ดีได้ ทำอย่างไรจึงจะทำลายความเชื่อของคนที่บูชาระบอบทักษิณว่า รัฐบาลที่เลวไม่เป็นไรแต่ขอให้ประชาชนได้ประโยชน์ด้วย

จริงแล้วการแก้ตรงนี้ง่ายนิดเดียวครับ รัฐบาลทหารต้องทำให้คนเหล่านี้เชื่อว่า สามารถสร้างระบบให้มีผู้นำที่ดีและประชาชนได้ประโยชน์ด้วยได้เมื่อเขาต้องกลับไปสู่การเลือกตั้งอีก

คนจำนวนมากนั้นเขาเลือกทักษิณเพราะทักษิณสัญญาว่าจะให้หลายอย่างที่อำนาจรัฐไทยในอดีตไม่เคยให้มาก่อน ประชาชนที่เลือกทักษิณ เขาจึงเห็นประโยชน์ของการเลือกตั้งว่า คนที่เขาเลือกให้ “ประชาธิปไตยที่กินได้” แก่เขา เขาไม่สนใจว่า ทักษิณจะฉ้อแลและหาประโยชน์จากอำนาจ การชนะทักษิณจึงต้องทำให้ประชาชนที่นิยมทักษิณเขาเห็นว่าจะดีกว่าไหมถ้าเขาจะได้รัฐบาลที่เขาได้ประโยชน์และได้ประชาธิปไตยกินได้เช่นเดียวกัน แต่มีระบบที่ทำให้ผู้มีอำนาจไม่สามารถฉ้อฉลจากการใช้อำนาจได้

ถามว่า สิ่งเหล่านี้รัฐบาลทหาร คสช. และคนที่กำลังร่างกลไกของรัฐธรรมนูญ เนื้อหาในรัฐธรรมนูญมีระบบป้องกันเหล่านี้หรือยังไม่มีหรอก สิ่งที่รัฐบาลทหารทำอย่างเดียวก็คือ การใช้อำนาจบังคับทำให้ประชาชนกลัวการแสดงความคิดเห็นปิดกั้นเสรีภาพซึ่งไม่น่าจะเป็นวิธีที่ทำให้คนเขาเชื่อได้เลยว่า รัฐบาลทหารและ คสช.จะทำให้เกิดสิ่งที่ดีกว่าที่ผ่านมาหากกลับมาสู่การเลือกตั้ง

คนที่สนับสนุน คสช.และรัฐบาลทหารอาจพอใจกับความสงบเรียบร้อยทางการเมืองในขณะนี้ แต่ไม่รู้หรอกว่า มวลชนของทักษิณก็คือหินหนืดที่อยู่ภายใต้แผ่นเปลือกโลกที่เรียกว่าแมกมาเพื่อรอการดันตัวมาสู่ชั้นบรรยากาศของโลกก่อเกิดเป็นลาวาอีกครั้ง