การที่ใครสักคนหนึ่งจะผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ ส่วนใหญ่ล้วนผ่านอุปสรรคมาอย่างโชกโชน “สมชาย อัศวปิยานนท์”เองก็เช่นกัน เคยล้มเหลวมาครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะก้าวมาเป็นผู้ผลิต “แซนวิชอบร้อน 7 Fresh” ยอดขายหลักแสนชิ้นต่อวัน มูลค่านับพันล้านบาทต่อปี เส้นทางธุรกิจที่ผ่านมาเปรียบเสมือนคัมภีร์ธุรกิจเล่มสำคัญที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายอื่นๆ
ควรค่าแก่การใช้เป็นบทเรียนและต้นแบบเพื่อก้าวตาม

ปัจจุบันสมชาย วัย 57 ปี ดำรงตำแหน่งประธาน บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด โดยพื้นฐาน
เรียนจบปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร ม.เกษตรศาสตร์ และปริญญาโท
ด้านบริหารธุรกิจ ม.ธรรมศาสตร์ ผ่านประสบการณ์ทำงานประจำในโรงงานผลิตอาหาร เกือบ 10 ปี
ก่อนที่ในวัยสามสิบต้นๆก่อนตัดสินใจลาออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง โดยบุกเบิก “อาหารกล่องแช่แข็ง” ซึ่งนับเป็นสิ่งแปลกใหม่มากสำหรับเมืองไทยเมื่อ 30 ปีก่อน

“ตอนนั้น เราศึกษาข้อมูลในตลาดต่างประเทศ พบว่าทั้งไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ ตลาดอาหาร
แช่แข็งพร้อมทานเติบโตมาก และเชื่อว่าเทรนด์นี้จะเกิดในเมืองไทยเช่นกัน ผมกับเพื่อน เลยร่วมลงขันด้วยเงินทุนจำนวนกว่า 2 ล้านบาท เปิดบริษัทเล็กๆ เพื่อทำธุรกิจอาหารกล่องแช่แข็ง” สมชาย เล่าจุดเริ่มต้นธุรกิจแรกในชีวิต ทว่า ธุรกิจดังกล่าวไม่ได้เติบโตสวยงามอย่างหวัง สมชายให้นิยามความผิดพลาดครั้งนั้นว่าเกิดจาก “ทำธุรกิจนี้เร็วเกินไป” คนไทยเวลานั้นยังไม่พร้อมจะตอบรับอาหารกล่องแช่แข็ง ด้วยความเป็นคนคิดใหม่ ทำใหม่อยู่เสมอ พยายามสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อื่นๆสู่ตลาด ทุกตัวอยู่บนพื้นฐานที่มี
นวัตกรรมแตกต่างจากของเดิมๆ ในท้องตลาด เช่น ปลาร้าผง ไก่ทอดแช่แข็ง ฯลฯ แต่ก็ไม่ประสบ
ความสำเร็จเช่นเคย ระยะเวลากว่า 10 ปีแรกในการดำเนินธุรกิจ ขาดทุนต่อเนื่องทุกปี สุดท้ายต้องยอมขายธุรกิจอาหารกล่องแช่แข็งให้แก่กลุ่มทุนอื่น

ท่ามกลางวิกฤต กลับมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ โดยช่วงก่อนที่จะขายกิจการอาหารกล่องแช่แข็ง
ได้เปิดแผนกเล็กๆ เพื่อทำสินค้า “เบเกอรี่” จากไอเดียที่เชื่อว่าจะเป็นเทรนด์อาหารใหม่ ที่ไม่เพียงกินแค่อิ่ม แต่ให้ความสุขได้ด้วย รวมถึง ตอบโจทย์ความสะดวกสบายแก่ผู้บริโภคเป็นอย่างดี ดังนั้น หลังขายกิจการเดิมทิ้ง เขาลุกยืนอีกครั้ง ด้วยการลุยทำธุรกิจเบเกอรี่เต็มตัว สมชายระบุว่า นอกจากเน้นทำสินค้าให้ยอดเยี่ยมแล้ว สิ่งที่ให้ความสำคัญควบคู่เสมอ คือ หาช่องทางตลาดที่เหมาะสม โดยวางแผนนำเบเกอรี่ขายผ่านร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น อีเลฟเว่น” เพราะเห็นถึงศักยภาพ มีช่องทางขายกว้างขวาง สาขาครอบคลุมทั่วประเทศ ภายใต้เงื่อนไขต้องสามารถพัฒนาคุณภาพและกำลังผลิตให้ได้ตามมาตรฐานของ
เซเว่นฯ “การส่งสินค้าเข้าเซเว่นฯ จะมีกระบวนการคัดสรรที่เข้มข้น โดยเซเว่นฯ มีทีมงานพัฒนาผลิตภัณฑ์แยกเฉพาะทาง ทั้งตรวจคุณภาพ การตลาด จัดซื้อ ฯลฯ ที่ผ่านมา ผมเก็บบทเรียนจากความผิดพลาดในการทำธุรกิจครั้งก่อนๆ นำมาปรับปรุงเสมอ ช่วยให้บริษัทมีมาตรฐานการผลิตสูงขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง และมีความพร้อม จนสามารถจะยกระดับผ่านเกณฑ์ของเซเว่นฯได้” เจ้าของธุรกิจ เผย
บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด เริ่มส่งเบเกอรี่เข้าร้านเซเว่นฯ ในปี 2551 เบื้องต้นมีเพียง
2 รายการ ยอดส่งแค่ 1,000-2,000 ชิ้นต่อวัน จากนั้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ร่วมกับทีมเซเว่นฯ
อย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละผลิตภัณฑ์ก่อนออกสู่ตลาดจะมีการสำรวจตลาดและความต้องการของผู้บริโภค
เสียก่อน ดังนั้น แทบทุกตัวเมื่อออกขายจริง จึงล้วนประสบความสำเร็จ ผลักดันให้บริษัทเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะก้าวสำคัญที่ส่งให้ธุรกิจเติบโตเหมือนกระโดดสปริงบอร์ด เมื่อคิดค้น “แซนวิชอบร้อน” นวัตกรรมอาหารผสมผสานระหว่างฮอทดอท กับเค้กให้มาอยู่ด้วยกัน ในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูป แค่ฉีกซองเข้าเครื่องอบ ก็ได้เป็นแซนวิชร้อนๆ หอมอร่อย สะดวกกินได้ง่ายทันที เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่
ซึ่งกว่าจะได้ผลงานดังกล่าวจะสำเร็จ ในเวลาวิจัยและพัฒนาอยู่นานถึง 2 ปี กระทั่งได้เป็นแซนวิชอบร้อน
ติดตราสัญลักษณ์ “7 Fresh” ที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า เซเว่นฯ ผลิตแซนวิชเอง แต่ความจริงแล้ว สินค้าประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นของ SME รายเล็กๆ ที่มุ่งมั่นทำธุรกิจจนเติบโตเป็นระดับใหญ่

ซึ่งเอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายเล็กๆที่เติบโตมาพร้อมๆกับเซเว่นฯ โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดภายใต้แบรนด์ดังกล่าว และผู้บริโภคให้ความนิยมอย่างสูง นอกจากนี้ยังมี
ผู้ประกอบการ SME อีกจำนวนมากที่ผลิตสินค้าขายผ่านช่องทางเซเว่น อีเลฟเว่น โดยใช้แบรนด์
“7 Fresh”

“บริษัทได้พัฒนาแซนวิช กึ่งสำเร็จรูป แค่ฉีกซองใส่เครื่องอบเท่านั้น ช่วยลดขั้นตอนการทำงานของพนักงาน ส่วนลูกค้าก็ชื่นชอบในรสชาติและความแปลกใหม่ ทำให้สินค้าได้รับความนิยม ตามด้วยมีการพัฒนาต่อเนื่อง ทั้งเนื้อแป้งครัวซองค์ เนื้อเดนิช เนื้อเค้ก และเมื่อเพิ่มเติมไส้ต่างๆ ช่วยให้แซนวิชอบร้อนมียอดขายสูงขึ้น จนกลายเป็นสินค้ายอดฮิตประจำร้าน” เสียงแห่งความภาคภูมิใจของ SME ผู้ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ “7 Fresh” ปัจจุบัน บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด เติบใหญ่ ผลิตและส่งเบเกอรี่เข้าร้านเซเว่นฯ กว่า 50 รายการ ปริมาณกว่า 500,000 ชิ้นต่อวัน โดย 60% มาจากยอดส่งแซนวิชอบร้อน ขณะที่พนักงานก็ขยายตัวจากยุคแรกที่มีพนักงานอยู่เพียง 50-60 คน รายได้ทั้งปีหลักสิบล้านบาท ทุกวันนี้ สร้างงาน สร้างอาชีพให้ประชาชนในพื้นที่จำนวนกว่า 1,600 ชีวิต ผลประกอบการปีล่าสุด (2559) สูงกว่า 2,000 ล้านบาท นอกจากนั้น ต่อยอดสร้าง แบรนด์ “เคลเซ่” (Kelsay) เพื่อส่งออกต่างประเทศ รวมถึงวางเป้าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

จากความมุ่งมั่นและสร้างสรรค์สินค้าใหม่ๆ ต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเติบโตคู่มากับเซเว่นฯจากผู้ประกอบการขนาดเล็กจนกระทั่งเติบโตเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในปัจจุบัน
ความสำเร็จดังกล่าว จึงทำให้ได้รับรางวัล “เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2559”ประเภท SME ยั่งยืน โดยสมชายระบุว่า รางวัลดังกล่าว ถือเป็นแรงกระตุ้นให้ต้องรักษามาตรฐาน และไม่หยุดยั้งการพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก “พฤติกรรมผู้บริโภค เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ คู่แข่งก็มีจำนวนมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวให้ทัน โดยพัฒนาสินค้าเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ” สมชาย กล่าว

แม้จะเคยล้มเหลวมาหลายครั้ง แต่ทุกความผิดพลาด จะถูกเก็บมาใช้เป็นบทเรียน เพื่อแก้ไขและปรับปรุง ช่วยให้เกิดการพัฒนา จนนำพาให้ธุรกิจในวันนี้ ประสบความสำเร็จอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน